พระธาตุศรีสองรัก จ.เลย

  พระธาตุศรีสองรัก นั้นก็ตั้งอยู่ที่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สร้างขึ้นประมาณ 450 ปีก่อน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรอยุธยาและอาณาจักล้านช้าง โดยมีลักษณะเป็นพระเจดีย์ก่ออิ,ถือปูนทรงบัวเหลี่ยม โดยในทุกๆ วันวิสาขบูชานั้นก็จะมีงานประเพณีนมัสการพระธาตุ โดยชาวบ้านแถวนี้นั้นก็จะนิยมนำเอาต้นผึ้งซึ่งทำมาจากขี้ผึ้งนั้นแหละเอามาสักการะกันทุกปี

ผมเชื่อนะครับว่าหลายๆ คนที่ได้มาด่านซ้ายนั้นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั้นก็คือการแวะไปกราบสักการะ พระธาตุศรีสองรัก เพื่อเสริมศิริมงคล โดยพระธาตุศรีสองรักนั้น ก็มีความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ ความสำคัญและประวัติความเป็นมา ซึ่งตัวสถาปัตยกรรมนั้น ก็เป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนกับพระธาตุที่อื่นๆ มีสีขาวอันโดดเด่นทำให้หลายๆ คนที่ได้มาเยือนต่างก็ชื่นชมในสถาปัตยกรรมกันซะส่วนใหญ่ เพราะพระธาตุองค์นี้นั้นก็จะมีศิลปกรรมแบบล้านช้าง ก่ออิฐถือปูนมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 30 เมตรด้วยกัน การเข้ามาสักการะพระธาตุศรีสองรักนั้นก็จะต้องอ่านข้อห้าม คำเตือนกันให้ดีๆ แล้วนะครับ แล้วถึงค่อยเดินขึ้นไปไหว็องค์พระธาตุที่ตั้งโดดเด่นมีความสง่มาอยู่มาก ในทุกๆ ปีในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันวิสาขบูชานั้น ก็จะมีประเพณีนำต้นผึ้งหรือต้นดอกเผิ่ง นำมาบูชาและสักการะกัน โดยในแต่ละปีนั้นก็จะมีชาวด่านซ้ายและชาวจังหวัดเลยนั้นเข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง มีความเชื่อว่าถ้าหากใครนำต้นผึ้งมาถวายคำที่ขอนั้นก็จะเป็นจริงอีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นการขึ้นไปสักการะก็อย่างที่บอกควรอ่านข้อห้ามให้ดีๆ คือห้ามกางร่ม ห้ามนำอาหาร ห้ามสวมรองเท้า ขึ้นไปสักการะโดดเด่นขาด และความเชื่อที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้ามใส่เสื้อสีแดงขึ้นไป ห้ามมีของสีแดงขึ้นไป ดอกไม้สีแดงก็ห้าม เพราะอย่างที่บอกพระธาตุแห่งนี้นั้นก็สร้างขึ้นเพื่อวความรักความสมัคสมานกันนั่นเอง เพราะสีแดงเป็นสีของความรุนแรง เลือดเนื้อซึ่งก็ไม่ควรลบหลู่แต่อย่างใดหากใครผ่านไปแวะมาก็ลองแวะมาสักการะกันดูนะครับเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช จ. นครศรีธรรมราช

  พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสถานที่แห่งนี้นั้นก็น่าจะสร้างขึ้นเมื่อ 700 กว่าปีก่อน เป็นองค์พระธาตุแบบลังกาหรือถ้าคนที่มองนั้นก็อาจจะดูเหมือนเป็นทรงระฆังคว่ำที่มีขนาดใหญ่มาก ภายในนั้นก็จะบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า โดยในทุกๆ ช่วงวันมาฆบูชาและวิสาขบูชา นั้นก็จะมีประเพณีแห่ผ้าขึ้นพระธาตุกันนั่นเอง

พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช หรือที่ชาวนครเรียกกันติดปากกันว่า วัดพระธาตุ เป็นโบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เป็นสิ่งที่สำคัญกับชาวเมืองนครศรีธรรมราชทุกคน โดยสัญลักษณ์ของจังหวัดนั้นก็จะมี พระธาตุอยู่ในนั่นด้วยเช่นกัน โดยพระธาตุนั้นก็ตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยที่นี้นั้นก็เป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า โดยทางด้านกรมศิลปากรนั้นก็ได้ประกาศให้วัดพระธาตุแห่งนี้นั้นเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของภาคใต้นั่นเอง โดยพระธาตุนั้นก็จะมีลักษณ์เหมือนระฆังคว่ำ มีจุดเด่นๆ ที่ยอดของเจดีย์ ที่หุ้มด้วยทองคำแท้  โดยเค้าลือกันว่าในพระธาตุนั้นก็จะมีสิ่งของมีค่าอยู่ภายในอย่างมากมายเนื่องจากเมื่อก่อนมีประชาชนนำมาถวายกันนั่นเอง พิธีปฎิบัติที่สืบทอดกันมาแต่ช้านานนั้น ก็คือ การนำผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งถ้าหากใครได้นำผ้าขึ้นพระธาตุนั้นคนโบราณก็จะบอกว่าขอเรื่องใดก็จะได้ทุกเรื่อง สิ่งนั้นก็จะเป็นจริงทุกประการซึ่งงานปีของที่วัดพระธาตุนั้นก็จะจัดยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี มีประชาชนมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก และสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่วัดพระธาตุนั้นก็จะเป็นเรื่องของแสงอาทิตย์นะครับที่มองไปทางไหนก็จะไม่มีเงาของพระธาตุให้เห็นเลยนับได้ว่าเป็นสิ่งที่หาข้อพิสูจน์กันไม่ได้เลยทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทางด้าน ท.ท.ท. จัดว่าคือสุดยอดไทยแลนด์นั่นเอง

พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

 พระบรมธาตุไชยา นั้นก็ตั้งอยู่ที่ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยน่าจะสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1200-1500 จุดประสงค์หลักนั้นก็น่าเพื่อจะเป็นสูนย์กลางของทางพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยสิ่งที่โดดเด่นของพระบรมธาตุไชยานั้นก็น่าจะเป็นอิฐที่เรียงซ้อนกันนั้น ก็ยังสามารถที่คงทนสภาพเดิมเพราะที่นี้นั้นก็ยังไม่เคยที่ผ่านการบูรณะอีกด้วย ภายในพระธาตุนั้นก็จะมีระเบียงที่คดซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูป 180 องค์ด้วยกัน

วันพระบรรมธาตุไชยาราชวรวิหาร นั้นก็เป็นวัดที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี นะครับ เพราะเป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุไชยา เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพระธาตุเดียวในประเทศไทยที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของศีวิชัยได้อย่างชัดเจน โดยที่พระบรมธาตุไชยานั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญกับผู้คนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอย่างมากเพราะเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ โดยที่นี้นั้นก็จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบศีวิชัยเพียงที่เดียงเท่านั้น ยังสามารถที่จะคงสภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วยนั่นเอง โดยหลักฐานที่แน่ชัดนั้นก็ยังไม่มีใครที่จะพิสูจน์ได้เลยนะว่าใครเป็นคนก่อสร้าง แถมเจดีย์พระบรมธาตุนั้นก็ยังเป็นสัญลักษณ์ในตราจังหวัดของสุราษฏร์ธานีอีกด้วย ซึ่งถ้าหากใครมาเที่ยวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นแล้วไม่ได้มาสักการะพระบรมธาตุไชยาแล้ว ก็เหมือนยังมาไม่ถึงนะครับ ถ้ามาแล้วคงต้องมากราบไหว้กันดูแล้วจะพบกับสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นความศีวิชัยจริงๆ

พระธาตุพนม จ.นครพนม

  พระธาตุพนม นั้นก็ตั้งอยู่ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยตามตำนานกันไว้ว่าก็น่าจะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 8 โดยองค์พระธาตุนั้นก็มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากมีทรงคล้ายกับกลีบบัวตูม โดยภายในนั้นก็ได้บรรจุพระสารีริกธาตุส่วนกระดูกหน้าอกของพระพุทธเจ้าเอาไว้ โดยพระธาตุพนมนั้นก็จะเป็นพระธาตุประจำปีของคนที่เกิดปีวอกหรือปีลิงนั่นเอง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนั้นก็จะมีงานนมัสการพระธาตุพนม

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารนั้นก็จะเป็นที่ตั้งของ พระธาตุพนม ซึ่งบรรยากาศในการท่องเที่ยวนั้นก็จะคึกคักเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมานั้นก็ได้ตรงกับปีนักกษัตรปีวอก ซึ่งพระธาตุแห่งนี้นั้นก็เป็นพระธาตุประจำปีวอกนั่นเอง โดยการตั้งพระธาตุของที่นี้นั้นก็จะติดกับริมฝั่งโขง โดยเป็นพระธาตุที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ซึ่งทำให้ใครหลายๆ คนนั้นก็ต่างยกย่องกันว่าเป็นพระธาตุที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในย่านอีสานอีกด้วย พระธาตุพนมนั้นนอกจากจะเป็นพระธาตุประจำคนที่เกิดปีวอกแล้วนั้นก็ยังเป็นของคนที่เกิดวันอาทิตย์อีกด้วยนะครับ ซึ่งก็เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนมากมายทั่วทั้งสารทิศนะครับ ซึ่งไม่ใช่จะมีแค่คนไทยเท่านั่นะครับ คนลาวก็ยังนิยมเข้ามาสักการะกันเป็นจำนวนมาก โดยการจัดงานประเพณีของพระธาตุพนมนั้น ก็จะจัดในช่วงวันขึ้น 12 ค่ำถึงวันแรม 1 ค่ำเดือน 3 ของทุกๆ ปี โดยบรรยากาศในงานนั้นก็จะมีกลิ่นไอของความเป็นอีสานที่หาดูไม่ได้อีกแล้วนั่นเอง  ถ้าหากใครที่ผ่านไปผ่านมาในย่านนี้ก็อยากจะแนะนำให้เข้าไปกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตนเองและครอบครัวนะครับ ยิ่งคนที่เกิดปีวอกถ้ามีโอกาสได้มากก็จะทำให้ชีวิตมีแต่ความสุขแน่นอนจากคำที่เค้ากล่าวขานกันมาแต่ช้านานนั่นเอง

พระธาตุแซ่แห้ง จ.น่าน

  พระธาตุแซ่แห้ง ตั้งอยู่ที่ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน  โดยตั้งอยู่บนดอยเล็กๆ ใกล้กับตัวเมืองน่าน เป็นพระธาตุประจำปีของคนที่เกิดปีเถาะหรือปีกระต่าย โดยมีลักษณะคล้ายกลับพระธาตุที่จังหวัดลำพูนเป็นอย่างมาก โดยในเดือนมีนาคมของทุกๆ ปีนั้น ก็จะมีประเพณีหกเป็ง ไหว้พระธาตุแซ่แห้ง ซึ่งก็จะเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน

พระธาตุแซ่แห้ง ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดน่านเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งก็ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้นเอง โดยพระธาตุแซ่แห้ง นั้นก็คาดการณ์กันไว้ว่าน่าจะมีอายุประมาณ 600 กว่าปี องค์พระธาตุนั้นก็มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส บุด้วยทอง ซึ่งเป็นโบราณสถานที่งดงามเป็นอย่างมากที่สุดของล้านนา อย่างที่บอกอะครับว่าในทุกๆ ปีก็จะมีงานนมัสการองค์พระธาตุทุกๆ ปี โดยจะจัดขึ้นประมาณวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ของทางเหนือ ซึ่งก็จะตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกๆ ปีนั่นเอง โดยการก่อสร้างของพระบรมธาตุแซ่แห้งนั้นก็เป็นการก่อสร้างที่มีความวิจิตรอันงดงามเป็นอย่างมาก โดยคนเหนือเค้าก็เชื่อกันว่าถ้าหากได้มีโอกาสไปสักการะที่พระธาตุแซ่แห้ง กันนั้น ก็จะทำให้มีหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า กินดี อยู่ดี ทำให้ชีวตินั้นมีแต่ความสุขนั่นเอง ถ้าหากใครอยากจะมาสักการะที่พระธาตุแซ่แห้งนั้น ก็สามารถที่จะเดินทางไปได้ทุกวันเลยนะครับ ซึ่งก็จะเปิดให้เข้ามาสักการะตั้งแต่เวลาหกโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็นนั่นเอง

พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย

   พระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดปีหมู โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1454 โดยภายในนั้นก็จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกไหปลาร้าของพระพุทธเจ้าเอาไว้ โดยทุกๆ ปีนั้นก็จะมีงานนมันสการพระธาตุในวันมาฆบูชาของทุกๆ ปีนั่นเอง ถือเป็นอีกหนึ่งพระธาตุที่ควรแวะเวียนมาสักการะกันดูนะครับ

พระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงรายนั้น ก็เป็นพระธาตุที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุขของจังหวัด มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก สวยงาม ตะกาลตา โดยพระธาตุดอยตุงนั้นก็ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2,000 เมตรด้วยกัน สามารถที่จะมองเห็นวิวธรรมชาติได้เต็มลูกหูลูกตา และยังได้รับชมวิวเมืองเชียงรายที่สวยงามอีกด้วย โดยพระธาตุดอยตุงนั้น ก็จะมีลักษณะเป็นเจดีย์ทอง สวยงามอีกด้วย โดยพระธาตุนี้นั้นก็ถือเป็นพระธาตุประจำปีกุน หรือ ปีหมูนั่นเองแต่คนล้านนาจะไม่นิยมเป็นหมูกันเค้าจะคิดว่าเป็นช้าง นั่นก็คือ (กุญชร) แต่คนอย่างเราๆ ก็เข้าใจกันว่าเป็นหมูกันซะส่วนใหญ่ โดยในทุกๆ ปีนั้นก็อยากที่บอกนะครับจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านเช่น พม่า ลาวก็นิยมเข้ามาสักการะบูชากันอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวนั้น พระธาตุดอยตุงก็จะสวยงามเป็นอย่างมากเพราะจะมีหมอกปกคลุมพระธาตุทำให้สวยงามเป็นพิเศษ การเดินทางก็ไม่ลำบากเท่าไรนะครับเพราะจากตัวเมืองก็สามารถเหมารถไปได้เลยเพียงแค่ 750 บาทเท่านั้นสามารถนั่งได้เต็มที่ 12 คน หารกันแล้วก็คนละ 60 บาท ราคานี้รวมเที่ยวไปและเที่ยวกลับอีกด้วย