พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร แห่งเมืองเชียงใหม่

พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระธาตุที่สำคัญที่สุดของเมืองเชียงใหม่และมีผู้เดินทางเข้ามาสักการะบูชามากในแต่ละปี พระธาตุดอยสุเทพ เป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นแบบศิลปะของล้านนาที่สมบูรณ์มากที่สุด เจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น

พระธาตุดอยสุเทพ ถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยอาณาจักรล้านนา ประมาณปี พ.ศ. 1929 ถือว่าเป็นพระธาตุที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยพญากือนา ซึ่งพระองค์ได้อันเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่มาประดิษฐานไว้ในพระธาตุเพื่อเป็นที่บูชาของชาวเมืองเชียงใหม่ ในสมัยแรกๆพระธาตุไม่ได้สูงเหมือนในปัจจุบัน และในยุคแรกๆ มีการห้ามไม่ให้สตรีเข้ามาในบริเวณพระธาตุ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2081 ในสมัยพระเมืองเกษเกล้า ได้โปรดเกล้าให้มีการต่อเติมพระธาตุให้มีความสูงขึ้นรวมถึงมีการนำทองคำรูปดอกบัวไว้บริเวณยอดเจดีย์ ต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ และในปี พ.ศ. 2100 สมัยครูบาศรีวิชัย มีการสร้างถนนขึ้นไปบริเวณพระธาตุ และมีการสร้างบันได หรือ บันไดนาค ขึ้นไปสู่พระธาตุในช่วงปี พ.ศ. 2453 รวมถึงมีการให้สตรีขึ้นไปสักการะได้เช่นกัน พระธาตุดอยสุเทพ มีการบูรณะหลายครั้งในถึงปัจจุบันถือว่าเป็นสถานที่หนึ่งที่มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้พระธาตุดอยสุเทพยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และปัจจุบันการเดินทางขึ้นไปไหว้พระธาตุสามารถเดินทางได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถรับจ้าง นอกจากนี้ยังมีประเพณีการรับน้องขึ้นดอยของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย

พระธาตุขามแก่น จ.ขอนแก่น

ดินแดนทางภาคอีสานก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก ในสมัยขอมและทวาราวดี พระธาตุขามแก่น เป็นพระธาตุอยู่ในบริเวณวัดเจติภูมิ บ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ถือว่าเป็นพระธาตุที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น มีการสันนิฐานว่าพระธาตุแห่งนี้อยู่คู่บ้านขามมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว คาดว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปี สร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งในปัจจุบันคือจังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติของพระธาตุขามแก่นบอกเล่าตามตำนานว่าเกิดขึ้นในช่วงที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งชาวบ้านมีการสร้างพระธาตุเพื่อนำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐไว้ ต่อมากษัตริย์เจ้านครโมรีย์ ได้นำพระอังคารไปไว้ที่นครของตน หลังจากนั้นอีกหลายปีต่อมามีการอัญเชิญพระอังคารธาตุบางส่วนมาบรรจุไว้ที่พระธาตุพนมในปัจจุบันด้วย บางตำนานกล่าวว่า บริเวณวัดเจติภูมิ เดิมเป็นพื้นที่ว่างเปล่าและเริ่มมีชาวบ้านเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ และพบว่ามีตอมะขามเหลือแต่แก่นต้นหนึ่ง ต่อมาพบว่าตอมะขามดังกล่าวนั้นมีการพลิใบ ผลิดอก สร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้านมาก และมีความเชื่อว่าใครที่ดูหมิ่นต้นมะขามนั้นจะมีอันเป็นไป ทำให้ชาวบ้านเกิดความเคารพและบูชาต้นมะขามดังกล่าว ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นไว้ พร้อมกับบรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 9 ประการ และตั้งชื่อว่าพระธาตุขามแก่น

ในปัจจุบันมีการเฉลิมฉลองงานประเพณีประจำปีของพระธาตุซึ่งจะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เพื่อสักการะพระธาตุโดยการ นำธูป เทียน ดอกไม้ ขันแปดเก้า ไหว้พระธาตุ

 

พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ธาตุศักดิ์สิทธิ์ของปีมะเมีย

พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี มีการก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 2506 พระธาตุดังกล่าวนั้นตั้งเดิมมีประวัติที่คาดว่าเกิดขึ้นในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 20 ซึ่งเดิมทีเรียกว่า ดอยจอมทอง โดยลักษณะของพระธาตุจอมทองนั้นมีลักษณะศิลปกรรมของล้านนา คาดว่ามีอิทธิพลมาจากยุคฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เราจะเห็นว่าวัดพระธาตุของเชียงใหม่นั้นมีศิลปะของล้านนา ผสมกับศิลปะของพม่า คาดว่ามีการก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 1995 โดยสองสามีภรรยาซึ่งอาศับอยู่บริเวณดอยม่อนจอง ซึ่งทั้งสองได้เริ่มก่อสร้างวัดขึ้นโดยเริ่มจากเป็นพระธาตุขนาดเล็ก ในขณะนั้นใช้ชื่อว่า วัดศรีจอมทอง ซึ่งตอนนั้นเป็นวัดขนาดเล็กและยังสร้างไม่เสร็จดีแต่น่าเสียดายที่สองสามีภรรยาคู่นี้ถึงแก่กรรมเสียก่อน ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2009 วัดแห่งนี้ถูกสร้างเพิ่มขึ้นอีกโดยชายชาวบ้าน 2 คน คาดว่าอาจจะเป็นทายาทของสามี ภรรยาคู่นั้น พวกเขาได้ช่วยบูรณะและก่อสร้างวัดศรีจอมทองขึ้น มีการสร้างวิหารมุงหญ้าคาขึ้น ในตอนนั้นได้อาราธนาพระสารีปุตตเถระ มาเป็นเจ้าอาวาส

พระธาตุศรีจอมทอง เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญเป็นที่สักการะบูชาของชาวเชียงใหม่อย่างมาก ความสวยงามและสถาปัตยกรรมที่สวยงามทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติทันที รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ด้วยรถยนต์ มาทางถนนทางหลวงหมายเลข 1 และเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 106 ไปทางจังหวัดลำพูน และเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 108

พระธาตุลำปางหลวง

อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องเดินทางไปสักการะครั้งหนึ่งที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ที่ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ห่างจากอำเภอเมืองลำปางประมาณ 18 กิโลเมตร พระธาตุลำปางหลวงมีการก่อสร้างและจัดวางองค์ประกอบได้อย่างสวยงาม อีกว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ภายในบริเวณวัดนั้นมีพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระประธาน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดลำปางเดินทางมาสักการะกราบไหว้จำนวนมาก

ประวัติของวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่เดิมนั้นตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน หรือ บ้านลำปางหลวง ในสมัยล้านนาเมืองลำปาง ชาวบ้านได้มีการนำน้ำผึ้งและน้ำมะตูมบรรจุกระบอกไม้ไผ่มาถวายท่าน และพระพุทธองค์ได้นำเส้นเกศาของพระองค์มอบให้แก่เจ้าผู้ปกครองนครลำปาง ซึ่งต่อมาพระองค์ทรงตรัสให้ชาวนครลำปางก่อสร้างองค์เจดีย์พระธาตุลำปางหลวงขึ้นมาเพื่อเก็บรักษา เกศาของพระพุทธเจ้าไว้ เพื่อให้ชาวนครลำปางกราบไหว้เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต

เดิมที วัดพระธาตุลำปางหลวงนั้นเป็นวัดเก่าแก่โบราณ สันนิฐานว่าสร้างในสมัยประมาณ พ.ศ. 2275 ในช่วงยุคล้านนา สมัยที่กษัตริย์นครลำปางเป็นผู้ปกครอง โดยวัดพระธาตุนั้นได้รับอิทธิพลจากพม่าในสมัยที่พม่าเรืองอำนาจซึ่งได้เข้ามาปกครองอาณาจักรล้านนาในสมัยนั้น ต่อมาได้ถูกค้นพบซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณลัมพกัปปะนครในขณะนั้น ซึ่งทางการมีการบูรณะซ่อมแซมบริเวณสถานที่ต่างๆของวัด และเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง